อัตราส่วนสภาพทางการเงิน: อัตราส่วนการวิเคราะห์ความอยู่รอด

คำบรรยายวิดีโอ:

สวัสดีนักลงทุนทุกคน ยินดีต้อนรับสู่หลักสูตรการเทรดหุ้นและโมดูลที่หก การลงทุน – การคัดเลือกหุ้น

ในบทเรียนนี้เราจะเริ่มพูดถึงอัตราส่วนสภาพทางการเงิน และเราจะแบ่งบทเรียนนี้ออกเป็นสองส่วน เพราะเราแบ่งอัตราส่วนสภาพทางการเงินออกเป็นสองประเภท แต่ก่อนอื่นให้เริ่มต้นด้วยการกำหนดอัตราส่วนสภาพทางการเงิน เป็น

เราจะเริ่มจากอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อัตราส่วนนี้บ่งบอกระดับการใช้ประโยชน์จากเงินทุนและรวมทั้งหนี้สินทั้งระยะสั้นและระยะยาว อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นหมายถึงดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น และดอกเบี้ยจ่ายคือต้นทุนการกู้ยืมเงินหรือดอกเบี้ยที่บริษัทต้องจ่ายชำระหนี้คงค้าง ดังนั้นอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่ออันดับความน่าเชื่อถือของบริษัท

ซึ่งการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทจะทำให้การกู้ยืมเงินในอนาคตแพงมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าจะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งจะนำกลับไปสู่การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทอีกครั้ง อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นจึงสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากนำไปสู่ผลเสียอย่างมาก โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเป็นอัตราส่วนหนี้สินรวมหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นแตกต่างกันไปในแต่ละภาค เนื่องจากอุตสาหกรรมบางแห่งต้องมีภาระหนี้สูงกว่าบริษัทอื่นเพื่อรองรับการดำเนินงานประจำวัน ตัวอย่างเช่น บริษัทผู้ผลิตจะมีภาระหนี้สูงกว่า บริษัท ซอฟต์แวร์ ดังนั้นอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะสูงขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษั แรกจะไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นแตกต่างกันไปในแต่ละภาค

อัตราส่วนการวิเคราะห์ความอยู่รอดตัวที่สอง คือ อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ อัตราส่วนนี้คำนวณเปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ของบริษัทที่ได้รับการจัดหาเงินทุนด้วยหนี้สิน ซึ่งใช้ทั้งหนี้สินระยะสั้นและระยะยาวในการคำนวณ อัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์สูงบ่งชี้ว่าบริษัทมีค่า leverage ที่สูง ซึ่งหมายถึงเปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ที่ใช้มากขึ้นเพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการธุรกิจต่อ โดย leverage ที่สูงยังแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงทางการเงินที่มากขึ้นสำหรับนักลงทุน เนื่องจากระดับ leverage ที่สูงขึ้นหมายถึงภาระหนี้สินที่สูงขึ้นเช่นกัน สูตรสำหรับอัตราส่วนหนี้สินต่อสินทรัพย์ คือ อัตราส่วนหนี้สินรวมหารด้วยสินทรัพย์รวม